Tuesday, 8 December 2015

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร


นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst) 
ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย


ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (Database administrator) 
ทำหน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล(Database)รวมถึงการออกแบบ บำรุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การกำหนดบัญชีผู้ใช้ การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้




Sunday, 6 December 2015

คลิปความรู้เรื่องโรคเอดส์


ตอนที่ 1

ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5

ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์

ความรู้ทั่วไปเรื่องโรคเอดส์
โรคเอดส์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร
โรคเอดส์ เป็นโรคใหม่ของมนุษย์ มีรายงานในวงการแพทย์เป็นครั้งแรกในปี พ.. 2524 โดยพบว่าชายรักร่วมเพศ และผู้ที่ติดยาเสพย์ติดโดยการฉีดในนครซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก และไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดิมทีก็เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่ดี ๆ ก็มีการติดเชื้อ และเป็นมะเร็งในลักษณะที่คนที่มีภูมิต้านทานไม่ดีจะเป็นกัน เลยเรียกโรคนี้ว่า โรคเอดส์ หรือโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS มาจากคำว่า Acquired = เป็นขึ้นมาภายหลังหรือไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด, Immune = ภูมิคุ้มกัน, Deficiency =พร่องหรือเสียไป, Syndrome = กลุ่มอาการหรือมีอาการได้หลายอย่าง ดังนั้น AIDS = กลุ่มอาการที่เกิดจากระบบภูมิต้านทานของร่างกายเสียไปอันเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังคลอด ไม่ใช่เป็นมาแต่กำเนิด)
หันมาดูในแอฟริกา พบว่ามีอาการที่คล้ายโรคเอดส์ของอเมริกา เกิดขึ้นในกลุ่มชนแอฟริการาว 3-5 ปี ก่อนหน้าที่โรคระบาดในอเมริกา และเมื่อตรวจดูในเลือดของชาวแอฟริกาที่เก็บไว้นาน ๆ ก็พบว่ามีหลักฐานของการติดเชื้อเอดส์ย้อนกลับไปอีกประมาณ 10 ปีก่อนหน้านั้น
สำหรับเมืองไทย โรคเอดส์ในเมืองไทยเป็นโรคที่แพร่มาจากประเทศฝรั่ง ซึ่งอาจเป็นคนไทยที่ติดเชื้อแล้วเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้วแพร่เชื้อให้กับคนไทยด้วยกัน หรือฝรั่งที่ติดเชื้อเข้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วแพร่เชื้อให้กับคนไทย ทำให้โรคเอดส์ระบาดในเมืองไทย
ไวรัสโรคเอดส์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เชื้อ ( HIV = Human Immunodeficiency Virus หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคภูมิต้านทานบกพร่องในคน)
โรคเอดส์มีอาการอย่างไร
1. ผู้ติดเชื้อเอดส์  ถ้าได้รับเชื้อเอดส์ หรือ HIV เชื้อไวรัสนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างร่องรอยของการได้รับเชื้อเมื่อตรวจเลือดจะพบร่องรอยเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่ามีเลือดบวกเอดส์ และร่องรอยเหล่านี้สามารถตรวจพบในน้ำลายได้ ร่างกายอาจจะปกติทุกอย่าง ดูจากภายนอกก็คือ หนุ่มหล่อสาวสวย หรือคนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่ตรวจเลือดหรือน้ำลายก็จะไม่ทราบว่าติดเอดส์มาแล้ว คนเหล่านี้ภายใน 10 ปี จะเป็นเอดส์เต็มขั้นประมาณร้อยละ 50
2. เอดส์อ่อน หรือผู้ติดเชื้อที่มีอาการ คือ พวกที่มีเลือดบวกเอดส์ และไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง จะมีอาการแสดงผลจากภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อมลง เช่น มีเชื้อราที่ลิ้น งูสวัด ต่อมน้ำเหลืองโต เริม มีอาการอ่อนเพลียหรือน้ำหนักลด ไข้เรื้อรัง หรือ เหงื่อออกกลางคืน เป็น ๆ หาย ๆ ถ้าไม่รู้จักปฏิบัติตัวให้ดีจะกลายเป็นเอดส์เต็มขั้น
3. เอดส์เต็มขั้น ผู้ป่วยเหล่านี้จะเคยเป็นเอดส์อ่อนมาก่อน มีภูมิคุ้มกันเสื่อมลงมากและมีอาการติดเชื้อโรคอื่น ๆ ที่รุนแรง เช่น เชื้อราในสมอง วัณโรคของระบบต่าง ๆ ปอดบวม ท้องเดินเรื้อรัง โทรมมากและอื่น ๆ ถ้าไม่ไปหาแพทย์ให้รักษาทันท่วงทีก็จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ารู้จักปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด จะมีชีวิตไปอีกประมาณ 2-3 ปี
จะไปทดสอบเลือดเอดส์ที่ไหน
สามารถไปทดสอบได้ที่หน่วยงานของรัฐบางแห่ง เช่น กองกามโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยทุกแห่ง
ผลการตรวจเลือดจะถูกเก็บเป็นความลับ ผู้ไปตรวจไม่ต้องกลัวชื่อตัวเองจะถูกเปิดเผย
โรคเอดส์รักษากันอย่างไร
การรักษา แบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน
1. การรักษาโรคแทรกซ้อน คือโรคติดเชื้อฉวยโอกาสหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นบางอย่างก็มียารักษา บางอย่างก็ไม่มียารักษา
2. การรักษาที่มุ่งกำจัดไวรัสโรคเอดส์ ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่ได้ผลแน่นอน จะมีก็แต่ไปหยุดยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโรคเอดส์ แต่ก็มีผลข้างเคียงมากมาย และมีราคาแพง
3. การรักษาที่มุ่งเสริมหรือกระตุ้นภูมิต้านทานที่เสียไป มีการทดลองยาหลายตัวในกลุ่มนี้คาดว่าถ้าไปร่วมกับยาที่ฆ่าไวรัสโรคเอดส์น่าจะได้ผลดี
4. การรักษาด้านจิตใจของผู้ป่วย ได้แก่การให้การสนับสนุนทางด้านกำลังใจ การสงเคราะห์ด้านอาชีพ ตลอดจนถึงการให้การรักษาอาการทางจิตที่อาจเกิดขึ้นจากแรงกดดันหลาย ๆ ด้าน
โรคเอดส์ติดต่อกันอย่างไร
โรคเอดส์สามารถติดต่อกันได้ 2 ทางใหญ่ ๆ คือ ทางเพศและทางเลือด
ทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์สำส่อนระหว่างชายกับชาย และชายกับหญิงจะมีโอกาสติดเชื้อโรคเอดส์ได้ ถ้าฝ่ายใดมีเชื้ออยู่ในตัว การใส่ถุงยางอนามัยขณะร่วมเพศกับคนแปลกหน้าจึงเป็นวิธีป้องกันวิธีหนึ่ง
ทางเลือด หรือผลิตภัณฑ์
o  การรับเลือดที่มีเชื้อเอดส์เข้าไป เช่น โดยการถ่ายเลือด
o  การใช้เข็มฉีดยาที่เปื้อนเลือดของคนที่ติดเชื้อโรคเอดส์
o  การติดต่อจากแม่ไปสู่ลูก
o  การปลูกถ่ายอวัยวะ หรือการผสมเทียม
o  การถูกเข็มหรือของมีคมที่เปื้อนเลือดเอดส์ตำ
ดังนั้น การที่รู้ว่าโรคเอดส์ติดต่อกันได้อย่างไรจะได้นำไปคิดและนำไปปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองติดเชื้อเอดส์ หรือป้องกันไม่ให้เชื้อเอดส์แพร่ไปสู่ผู้อื่น
โรคเอดส์ไม่ติดต่อกันทางใด
1. ไม่ติดต่อกันโดยผ่านทางน้ำลาย,น้ำมูก,น้ำตา,เสมหะ,ปัสสาวะ,อุจจาระ,หรือเหงื่อ
2. ยุงไม่นำโรคเอดส์ ถึงแม้ว่าจะไปกัดคนที่เป็นเอดส์ เพราะเชื้อเอดส์จะอยู่ในตัวยุงไม่กี่ชั่วโมงก็จะตายไป ขณะเดียวกันยุงที่ดูดเลือดคนแล้วจะไม่กัดคนอีกภายในวันเดียวกัน และ เลือดที่เปื้อนที่ปากยุงก็มีไม่มากพอ
เราจะป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้อย่างไร
1. งดการเที่ยวแหล่งบริการต่างๆ ที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์
2. หากจะมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตาม คุณควรทราบแน่นอนว่าผู้นั้นไม่มีเลือดบวกเอดส์ ถ้าไม่แน่ใจควรมีเซฟเซ็กส์ (safe sex) หรือเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย
3. หยุดฉีดยาเสพติด หากเลิกไม่ได้ควรใช้เข็ม และกระบอกฉีดยาที่สะอาดของตนเอง
4. ก่อนแต่งงาน ควรตรวจเลือดทั้งสองฝ่าย
5. ถ้าจะมีบุตร ควรตรวจเลือดทั้งสามีและภรรยา เพราะบุตรอาจจะติดเอดส์จากคุณได้ จะเป็นภาระทั้งตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
6. งดดื่มสุราของมึนเมา เพราะจะขาดสติ และอาจพาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง
7. ถ้าพบอุบัติเหตุที่มีเลือดกระจาย เวลาจะช่วยเหลือควรใส่ถุงมือหรือถุงพลาสติกทุกครั้ง
ผู้มีเลือดเอดส์บวกจะปฏิบัติตัวอย่างไร
การตรวจพบเลือดบวกเอดส์ หรือการเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์โดยไม่มีอาการนั้น คุณอาจจะไม่กลายเป็นเอดส์เต็มขั้นก็ได้ เพราะจากการศึกษาใน 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีเลือดบวกเอดส์จะเป็นเอดส์เต็มขั้นได้ประมาณร้อยละ 50 ถ้าขณะที่คุณมีเลือดบวกเอดส์โดยไม่มีอาการ ต้องปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้
1. ไม่รับเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นอีก งดการมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะคุณจะไม่มีวันทราบเลยว่าคนที่คุณมีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้น มีเชื้อเอดส์หรือไม่ สำหรับชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว หากภรรยายอมให้ร่วมเพศด้วย คุณต้องใส่ถุงยางอนามัยให้ถูกวิธีทุกครั้ง นอกจากนั้นก็ควรงดการฉีดยาเสพย์ติด ในกรณีที่ทั้งสามีและภรรยาติดเอดส์แล้วก็จำเป็นต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่ร่วมเพศ มิฉะนั้นต่างผ่ายต่างเพิ่มเชื้อเอดส์ให้กันและเชื้อเอดส์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจะเร่งทำลายเม็ดโลหิตขาวที่เป็นภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีอาการเอดส์เร็วขึ้นอีก
2. กำลังใจดีและเข้มแข็ง สิ่งนี้สำคัญมากคุณต้องพยายามปรับใจให้ได้ว่าสิ่งที่ผ่านมาก็ให้ผ่านไปหางานหาการทำ จะได้ไม่มีเวลาคิดมาก ฝึกสมาธิ ทำให้จิตสงบไม่เครียด และไม่ซึมเศร้า เพราะภาวะซึมเศร้าทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง
3. บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
o  ทานอาหารทุกชนิดให้พอเพียงงดของมึนเมาทุกชนิด งดบุหรี่
o  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าสามารถจะออกกำลังกายได้
o  พักผ่อนให้เพียงพอ
4. สภาวะการติดเชื้อโรคตัวอื่น เช่น
o  อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี เพราะวัณโรคและโรคติดเชื้อทางเดินหายใจมีมากในแหล่งที่แออัด ถ้าจะต้องทำงานที่มีฝุ่นฟุ้ง ควรหาผ้าปิดปาก ปิดจมูก
o  งดอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ควรทานอาหารที่วางขายโดยไม่มีที่ปกปิด ควรทานอาหารที่สุกใหม่
o  ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด เช่น นก สุนัข แมว เพราะสัตว์เหล่านี้มีเชื้อโรคและพยาธิมาก
o  งดของดิบๆ สุกๆ เช่น แหนม ลาบ ไข่ลวก เป็นต้น (ควรทำให้สุกก่อน)
o  ควรทานนมที่พาสเจอร์ไรส์แล้ว
5. งดการบริจาคเลือดหรืออวัยวะให้ผู้อื่น
6. ควรบอกเจ้าหน้าที่ ที่ให้การดูแลรักษาว่าคุณมีเลือดบวกเอดส์ทุกครั้ง ถ้าไม่กล้าบอก ก็บอกว่ามีเลือดบวกตับอักเสบก็ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการให้บริการ
7. ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์
บทสรุป
โรคเอดส์เป็นโรคใหม่ เป็นโรคร้ายในปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ได้ผลที่จะรักษา หรือป้องกันได้ ดังนั้นวิธีป้องกันโรคเอดส์ที่ดีที่สุดก็คือการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์อย่างถูกต้อง เพื่อที่เขาจะได้ประพฤติปฏิบัติไม่ให้ตัวเองติดเชื้อเอดส์มา เพราะโรคเอดส์เป็นโรคที่ป้องกันได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง


Tuesday, 17 November 2015

ผลกระทบของไอทีด้านลบ-ด้านบวก

เตือนดราม่า ซิงเกิลเกตเวย์ ยิง DDoS ในเว็บภาครัฐไม่ใช่การแสดงทางสัญลักษณ์ ผิด พรบ.คอมฯ มีสิทธิ์ติดคุกถูกปรับ แนะชาวเน็ตไทยใช้เหตุผล และแสดงออกในเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นเสียงค้านที่ชอบธรรมของคนส่วนมาก...
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2558 นายปริญญา หอมอเนก ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ อธิบายเรื่องปรากฎการณ์ที่กลุ่มคนไซเบอร์และเกมเมอร์บางกลุ่มพยายามแสดงออกทางสัญลักษณ์คัดค้านแนวคิดการทำซิงเกิลเกตเวย์ (Single Gateway) เพื่อควบคุมอินเทอร์เน็ตของประเทศ ด้วยการทำให้เว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ ไม่สามารถใช้งานได้ หรือ ทำให้เว็บไซต์ล่ม ด้วยการเชิญชวนให้ คนบนอินเทอร์เน็ต ทำ DDoS: Distributed Denial-of-Service (ดีดอส) จากการกดปุ่ม F5 รัวๆ บนหน้าเว็บไซต์เป้าหมายว่า การทำดีดอสใส่เว็บเพื่อให้เว็บไซต์ล่ม เป็นวิชามารที่มักพบเห็นกันในเว็บไซต์ที่ทำเพื่อการค้า จองตั๋วภาพยนตร์ ธนาคาร เพื่อขัดขวางการทำธุรกรรม และ ตัดโอกาสทางการค้าขายของคู่แข่ง โดยปัจจุบันนี้การโจมตีด้วย DDoS เป็นเรื่องง่ายดายที่เด็กวัยรุ่นที่ไหนก็สามารถทำได้ เพราะมีเครื่องมือต่างๆ (Tools) มากมายให้โหลดทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ใต้ดิน สำหรับการโจมตีแบบ DDoS จะมีรูปแบบการโจมตี 2 ลักษณะที่มักพบเห็นทั่วไป ได้แก่

1.การกินแบนด์วิธ แต่ละองค์กรจะมีแบนด์วิธที่ใช้ต่ออินเทอร์เน็ตเหมือนซอยเข้าบ้าน คนที่ไม่หวังดีก็จะเข้ามาใช้เครื่องมือกั้นแบนด์วิธทำให้แบนด์วิธเต็ม เหมือนจอดรอดขวางเต็มซอย หรือ ถ้าใช้คนเข้ามาเรียกดู (Request) แบบที่ชาวเน็ตไทยทำกับเว็บไซต์ภาครัฐอยู่ตอนนี้ ก็จะต้องใช้คนจำนวนมหาศาลมากๆ แต่ส่วนตัวจากประสบการณ์ที่พบ จะเป็นการนำเครื่องมือมาช่วยยิงเว็บให้ร่วงมากกว่า 
2.การทำให้คอนเนคชั่นเต็ม ผู้ไม่หวังดี เขามาในระบบค่อยๆ สร้างคอนเนคชั่นไปเรื่อยๆ เหมือนช่องจ่ายเงินทางด่วยมีรถจอดคาด่าน เต็มทุกช่องคนในองค์กรอาจจะไม่เห็นว่าเว็บล่ม แต่คนภายนอกเข้าเว็บไม่ได้แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ อธิบายต่อว่า ปกติองค์กรขนาดใหญ่ๆ ที่ต้องการความมั่นคง และความเสถียรจะแก้ปัญหาด้วยการซื้อโซลูชั่น ต่อต้าน DDoS โดยเอาเซิร์ฟเวอร์ไปฝากับไอดีซี เวลามีทราฟฟิกจำนวนมหาศาลเข้ามายังเว็บไซต์ ระบบจะปัดทิ้ง หรือ เตะออกทันทีหากเป็นการส่งการขอเรียกดู (Request) ที่มีความผิดปกติ เข้าใจว่า ที่หน้าเว็บไซต์ของกระทรวงไอซีทีกลับมาได้เพราะหนีไปขึ้นระบบที่คลาวด์

นายปริญญา กล่าวอีกว่า การที่เว็บไซต์ภาครัฐร่วงเป็นว่าเล่นในคืนวันที่ 30 ก.ย.เป็นสัญญาณอีกด้าน ที่เมื่อมองในแง่ดี คือ สะท้อนถึงความอ่อนแอของหน่วยงานด้านไอทีภาครัฐ ความหละหลวมในการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในช่วงเวลาที่กระทรวงไอซีทีกำลังผลักดันเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอล คนยังไม่พร้อม ระบบไม่พร้อม เราจะรับมือกับเหตุไม่คาดฝันเหล่านี้อย่างไร เพราะหากเป็นของจริง จะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย และความเสียหายอาจขยายวงกว้างมากกว่านี้ แล้วรัฐบาลจะแก้ไขจัดการ รวมทั้งป้องกันเรื่องนี้อย่างไร อยากให้ผู้ที่รับผิดคำนึงถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ด้าน แหล่งข่าววงในด้านไอทีรายหนึ่งระบุว่า การทำ DDoS ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปี 2550 แน่นอน ตามมาตรา 10 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการอ้างว่าทำไปเพราะความหวังดี หรือ ต้องการแสดงออกทางสัญลักษณ์ แต่เรื่องนี้ก็ผิดกฎหมายอาญา มีโทษปรับ และจำคุก เพราะการดำเนินคดีจะดูที่เจตนาในการทำเป็นสำคัญ
ผลกระทบด้านบวก
1. การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควมคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น
2. เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส   เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ มีการใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล การกระจายการเรียนรู้ไปยังถิ่นห่างไกล นอกจากนี้ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะใช้ระบบการรักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายสื่อสาร 
3. สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน   การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนำคอมพิวเตอร์และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วีดิทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและการแก้ปัญหาในโรงเรียน ปัจจุบันมีการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศใน โรงเรียนมากขึ้น
4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม   การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างจำเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่าง ๆ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่า โทรมาตร เป็นต้น
5. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ   กิจการทางด้านการทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ ควบคุมการทำงาน
6.การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม   การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็น ต้องหาวิธีการ ในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น 
7. เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน   บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป
มีวิธีป้องกันอย่างไร
       ทุกวันนี้ คนใช้เทคโนโลยี และ ไอทีกันมากมายจนลืมห่วงใยสุขภาพ มีผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2557 โดยส่วนงานดัชนีและสำรวจ สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงไอซีที รายงานว่า  ค่าเฉลี่ยของการใช้อินเตอร์เน็ตและระบบการสื่อสารออนไลน์ต่อสัปดาห์ของคนไทยอยู่ที่ 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวันเพิ่มขึ้น 2.6 ชั่วโมงต่อวันจากปี 2556 ที่พบว่าคนไทยใช้ชีวิตติดจออยู่ที่ประมาณ 4.6 ชั่วโมงต่อวัน แน่นอนส่งผลของสายตาด้วย


Tuesday, 3 November 2015

ตัวอย่างข้สอบ O-NET

http://forum.02dual.com/examfile/655topic/8d5eb957b9390c513b4e073deb50027f.pdf
http://forum.02dual.com/examfile/655topic/e6edebfe1ea4501d92eb5ee39d723346.pdf

ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชา  ภาษาไทย
ใชคําประพันธ์ตอไปนี้ตอบคําถาม ข้อ ๑- ๕
ก. โบราณวาเปนขาจอมกษัตริย์
ข. ราชสวัสดิ์ตองเพียรเรียนรักษา
ค. ทานกําหนดจดไวในตํารา
ง. มีมาแตโบราณชานานครัน
๑. ขอใดมีเสียงสระประสม
๑. ขอ ก                             ๒. ขอ ข
๓. ขอ ค                             ๔. ขอ ง
๒. ขอใดมีคําที่ออกเสียงอักษรควบ
๑. ขอ ก                             ๒. ขอ ข
๓. ขอ ค                             ๔. ขอ ง
๓. ขอใดมีเสียงวรรณยุกต์  ครบ ๕   เสียง
๑. ขอ ก                             ๒. ขอ ข
๓. ขอ ค                             ๔. ขอ ง
๔. ขอใดมีอักษรต่ำนอยที่สุด (ไมนับอักษรที่ซ้ำกัน)
๑. ขอ ก                             ๒. ขอ ข
๓. ขอ ค                             ๔. ขอ ง
๕. ขอใดมีอักษรนํา
๑. ขอ ก และ ข                    ๒. ขอ ข และ ค
๓. ขอ ค และ ง                    ๔. ขอ ง และ ก
๖. คําในขอใดมีตัวสะกดมาตราเดียวกับ เหตุผลทุกคํา
๑. พุดตาน ถอดถอน มลพิษ
๒. มดเท็จ คิดสั้น จัดการ
๓. ผลัดเวร บทกลอน โทษทัณฑ์
๔. สวดมนต์ จุดออน ทรัพย์สิน
๗. คําซ้ำในขอใดตองใชเปนคําซ้ำเสมอ
๑. คนงานใหม่ขยันเปนพักๆเอาแนไมได
๒. นักเรียนอนุบาลหกลมหัวเข่าแตก เลือดไหลซิบๆ
๓. งานนี้ถึงจะไดเงินเดือนนอย ก็ทําไปพลางๆกอนแลวกัน
๔. ถาเราวางแผนใหดีตั้งแตแรกๆโครงการนี้ก็คงสําเร็จไปแลว
๘. ขอใดเปนคําซอนทุกคํา
๑. ซ้ำซอน ซอนรูป ซักฟอก
๒. ถองแท ถี่ถวน ถากถาง
๓. บีบคั้น เบียดเบียน เบาความ
๔. แปรผัน เปาหู โปรยปราย
๙. ขอความตอไปนี้สวนใดมีคําประสมทั้ง ๒ สวน
                   ๑) บริเวณสวนกวางขวาง / ๒) มีสนามที่ไดรับการดูแลจากเทศบาลเมือง / ๓) มีประตมากรรมเป็นรูปเทพธิดาแสนงาม / ๔) มุมหนึ่งมีนาฬิกาแดดคอยบอกเวลา
๑. สวนที่ ๑ และ ๔
๒. สวนที่ ๒ และ ๓
๓. สวนที่ ๑ และ ๓
๔. สวนที่ ๒ และ ๔
๑๐. ขอใดมีคําประสมทุกคํา
๑. คําขาด คําคม คําราม
๒. เดินแตม เดินรถ เดินสะพัด
๓. น้ำปา น้ำไหล น้ำมือ
๔. ติดลม ติดใจ ติดขัด
ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชา  ภาษาอังกฤษ
1. Situation:   A secretary is talking to a caller.
Caller: This is Jim Smith. Can I speak to Mr. Johnson, please?
Secretary: __A__
Caller:      __B__
Secretary: I’ll tell him as soon as I see him.
A.       1. Pardon me. I don’t know him.
2. Can you talk to him now?
3. I’m afraid he’s just gone out.
4. Sorry. He doesn’t want to speak to you.
B.       1. Could I hold on?
2. Can you call me later?
3. Can you ask him to return my call?
4. Could I return his call later?
2. Situation:   Sunisa, a Thai student, just got off the plane at Heathrow Airport in London and is asking an official on duty for help.
Sunisa: Excuse me, __A__ the Thai Embassy?
          Official: __B__
          Sunisa: Thank you very much.
A.       1. could you tell me how to get to
2. would you kindly take me to
3. did this coach normally stop at
4. do you know when this bus stops at
B.       1. Our taxi drivers are very helpful and polite.
2. It won’t take long to get there.
3. You can buy a ticket on the bus.
4. That coach will take you there.
3. Situation:   Prasert is trying to talk Tom into going to a football match with him.
                   Tom: My favorite football team from England is playing against the Thai
                   National team this Sunday. I really want to go, but __A__
                   Prasert: Oh, come on. Go with me. __B__
A.       1. I’m sure I’ll enjoy it.
2. it’s too late for me to go.
3. all the tickets are sold out.
4. my assignment is due on Monday.
B.       1. Don’t you like football?
2. You shouldn’t hand in the work late.
3. There won’t be another match like this.
4. We shouldn’t pay anything extra for tickets.
4. Situation:   Miss Jones, an American tourist, is telling her friend, Tommy, about her
                    problem.
Miss Jones: Tommy, my bag was stolen, and __A__
Tommy: __B__ Do you know when it happened?
Miss Jones: I just realized it a moment ago.
A.       1. I lost my passport and all my money.
2. I should have brought my bag with me.
3. I wonder where I can find my belongings.
4. I don’t remember where I kept my passport.
B.       1. What’s the matter?                   2. How shameful!
3. How unfortunate!                     4. That’s your problem.
5. Situation:   Ploy is a tour guide from TT Tour waiting to meet a customer at the     airport.
Ploy: You are Mr. Richards, aren’t you? I’m Ploy from TT Tour.  __A__
Mr. Richards: __B__ Have you been waiting long?
A.       1. Here is my friend.                     2. Have a nice trip.
3. Welcome to Bangkok.               4. Please follow the way.
B.       1. Thank you.                                       2. With pleasure.
3. Sure, I will.                                       4. That’s fine.
6. Situation:   Dave and Pete are talking about their plans for tonight.
Pete: Tonight I’m going to study for our English test. __A__
Dave: No, thanks. __B__
A.       1. What would you like to do now?
2. Will you come to the library with me?
3. When will you study for it?
4. Is it important for us to study?
B.       1. I’m going to the movies tonight. 2. I haven’t decided yet.
3. I don’t want anything tonight.    4. I’ll follow you.
7. Situation:   Usa is a new Thai student at a college in America. Mary, her roommate, is
telling her about the college library.
Mary: During final exam week, __A__
Usa: __B__ In Thailand, most university libraries are open only until 8.00 p.m.
A.       1. I like to study in the library after class.
2. the main library is open 24 hours a day.
3. you must show your ID card when you take a book.
4. the library has a lot of science journals.
B.       1. How could they?                      2. Dear me!
3. Of course!                               4. How convenient!
8. Situation:   Paul is telling Weena about his problem.
                    Paul: __A__ Someone must have entered my office.
                    Weena: __B__ But have you checked with your secretary?
A.       1. I wish you could find all my papers in time.
2. These reports haven’t been completed.
3. My belongings are well kept in the cabinet.
4. All the important documents are missing from my folder.
B.       1. That’s it.                                 2. How boring!
3. Don’t mention it.                     4. I’m sorry to hear that.
9. Situation:   A student wants to see his instructor, Mr. Benson.
Student: Excuse me, Mr. Benson. __A__
Mr. Benson: __B__ Oh, yes. I won’t be doing anything then.
A.       1. Don’t you have any free time at all?
2. What time will you be free ?
3. I wonder if you would be available at two this afternoon.
4. Would you mind if I came to see you when you are available?
B.       1. Please do.                               2. Let me see.
3. Please take a look.                   4. I have plenty of time.
10. Situation:  Mr. Hill is returning Supa’s writing assignment to her. He has given her
an A for it.
Mr. Hill: Supa, here is your writing assignment. __A__
Supa: __B__
Mr. Hill: You deserve it.
A.       1. Try to keep up with your work.
2. Did anybody help you do it?
3. You have to spend a lot more time on this.
4. You’ve really done a very good job!
B.       1. Are you sure you like it?                              
2. That’s very kind of you.
3. It is a difficult assignment.
4. I don’t believe you!